วันอาทิตย์ที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2563

Hoshi no Kakera / Sayama Rena (CV : Morohoshi Sumire)



星の欠片 / 佐山レナ (CV : 諸星すみれ)





曖昧に見えた運命の糸は

aimai ni mieta unmei no ito wa

ด้ายแห่งโชคชะตาที่ดูไม่ชัดเจน

愛をもって鮮明な赤に変わるもの

ai wo motte senmei na aka ni kawaru mono

คือสิ่งที่เปลี่ยนเป็นสีแดงสดใสด้วยความรัก




どうして? 一番伝えたいことだけが

doushite? ichiban tsutaetai koto dake ga

ทำไมกัน? สิ่งที่อยากพูดออกไปมากที่สุด

いつもいつも 届かないまま..

itsumo itsumo todokanai mama.. 

ทุกครั้งเลย ทุกครั้งเลย มันไม่เคยส่งไปถึงเลย..




キラキラ澄んだ空が

kirakira sunda sora ga

ท้องฟ้าสดใส เปล่งประกายระยิบระยิบ

照らす二人の約束

terasu futari no yakusoku

ส่องสว่างไปที่คำสัญญาของเราสองคน




星の欠片を 拾い集めて

hoshi no kakera wo hiroiatsumete

ฉันรวบรวมเศษเสี้ยวของดวงดาว

あなたの待つ場所へ飛んでいくよ

anata no matsu basho e tondeiku yo

และจะโบยบินไปยังสถานที่ที่เธอรอฉันอยู่

枯れ果てた感情 ノックしてくれたその声を

karehate kanjou nokkushite kureta sono koe wo

เสียงนั้นที่เคาะเรียกความรู้สึกที่โรยราไปแล้ว

ただ 信じていたい

tada shinjiteitai

ฉันเพียง แค่อยากเชื่อมั่น(ในเสียงนั้น)




絡まったままの運命の糸は

karamatta mama no unmei no ito wa

ด้ายแห่งโชคชะตาที่ยังคงพันกัน

震えた両手だけじゃ解けなかった

furueta ryoute dake ja hodokenakatta

แค่สองมือที่สั่นไหว ไม่อาจคลายมันออกได้




近づくほどに 知る悲しみがあっても

chikazuku hodo ni shiru kanashimi ga atte mo

แม้จะมีความเศร้าจากการได้รู้ ในตอนที่ยิ่งเข้าไปใกล้

きっときっと 揺るがない想い

kitto kitto yuriganai omoi

แต่รับรอง แต่รับรอง ความรู้สึกของฉันจะไม่หวั่นไหว




ヒラヒラ舞う心が

hirahira mau kokoro ga

หัวใจที่ลอยละล่องของฉัน

追いかけてる面影

oikaketeru omokage

กำลังไล่ตามภาพจำในอดีตไป




星の欠片に 願いを込めて

hoshi no kakera ni negai wo komete

ฉันใส่คำอธิษฐานลงไปในเศษเสี้ยวของดวงดาว

涙した記憶さえ抱きしめた

namida shita kioku sae dakishimeta

และโอบกอดแม้แต่ความทรงจำที่หลั่งน้ำตาออกมา

千切れた夢の 向かう先で待ってるから

chigireta yume no mukau saki de matteru kara

เพราะฉันกำลังรอคอย ปลายทางของความฝันที่ถูกฉีกเป็นชิ้น ๆ 

ただ 包み込んで

tada tsutsumikonde

ฉันเพียง แค่โอบล้อมมันไว้




星の欠片が 教えてくれた

hoshi no kakera ga oshiete kureta

เศษเสี้ยวของดวงดาวได้บอกกับฉัน

止まってた景色が動き出したんだ

tomatteta keshiki ga ugokidashitanda

ว่าทิวทัศน์ที่หยุดนิ่งไป ได้เริ่มเคลื่อนไหวแล้ว

消せない傷跡 温めてくれた背中を

kesenai kizuato atatamete kureta seneka wo

แผ่นหลังของเธอที่คอยมอบไออุ่นให้รอยแผลที่ลบไม่ได้ของฉัน

ただ 信じていたい

tada shinjiteitai

ฉันเพียง แค่อยากเชื่อมั่น(ในแผ่นหลังของเธอ)


วันศุกร์ที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2563

endless memory ~refrain as Da Capo~ / fripSide



endless memory ~refrain as Da Capo~ / fripSide





幾千の時を重ね 君の面影を探した

ikusen no toki wo kasane kimi no omokage wo sagashita

ช่วงเวลานับพันล่วงเลยไป ฉันได้ออกตามหาภาพจำในอดีตของเธอ

遠い記憶に隠された この想いはずっと繰り返す…

tooi kioku ni kakusareta kono omoi wa zutto kurikaesu…

ความรู้สึกนี้ที่ถูกซ่อนไว้ในความทรงจำอันไกลห่าง จะเป็นเช่นนี้ซ้ำไปซ้ำมาตลอดไป... 




朝の陽射しに照らされたこの街

asa no hizashi ni terasareta kono machi

ในเมืองนี้ที่แสงแดดยามเช้าสาดส่อง

君が隣にいるだけなのにいつもと違う

kimi ga tonari ni iru dake na no ni itsumo to chigau

ทั้งที่ฉันมีเธออยู่ข้าง ๆ แต่กลับรู้สึกไม่เหมือนกับทุกที

こんな毎日がずっと続くように…

konna mainichi ga zutto tsuzuku you ni

ฉันขอให้ทุก ๆ วันที่เป็นเช่นนี้ดำเนินต่อไปตลอด

心の奥にそっと景色焼き付けた

kokoro no oku ni sotto keshiki yakitsuketa

ฉันค่อย ๆ จารึกทิวทัศน์ลงในส่วนลึกของหัวใจ




会えない時間が 増えてく程に

aenai jikan ga fueteku hodo ni

ยิ่งเวลาที่ฉันไม่ได้พบกับเธอเพิ่มมากขึ้น

交わした言葉が切なく ふいに胸の中つかむの

kawashita kotoba ga setsunaku fui ni mune no naka tsukamu no

คำพูดที่เราเคยพูดคุยกันก็ยิ่งทำให้

ข้างในหัวใจของฉันเข้าใจได้อย่างเจ็บปวดในทันที




君と今探したのは 未来へ送るメッセージ

kimi to ima sagashita no wa mirai e okuru messeeji

สิ่งที่ฉันได้ออกค้นหาร่วมกับเธอในตอนนี้ คือข้อความที่จะส่งไปยังอนาคต

煌めいた二人の記憶 時の彼方しまうように

kirameita futari no kioku toki no kanata shimau you ni

เพื่อให้ความทรงจำของสองเราที่เปล่งประกาย ไปถึงยังฟากฝั่งของกาลเวลา 

弱い私を知るのが こんなに辛い事知った

yowai watashi wo shiru no ga konna ni tsurai koto shitta

การได้รู้ว่าตัวฉันนั้นอ่อนแอ ฉันรู้ว่ามันทรมานมากเลยล่ะ

素顔も笑顔も涙も 君にだけは全て見せたいよ

sugao mo egao mo namida mo kimi ni dake wa subete misetai yo

ทั้งใบหน้า รอยยิ้ม และน้ำตา ฉันจึงอยากเผยให้เธอเห็นเพียงคนเดียว




舞い散る桜 次に咲く時には

maichiru sakura tsugi ni saku toki ni wa

ดอกซากุระที่ร่วงโรย ในครั้งต่อไปที่มันผลิบานออก

今と変わらずこうして笑顔交わしていたい

ima to kawarazu koushite egao kawashiteitai

ฉันอยากให้เรายิ้มให้กัน ด้วยรอยยิ้มที่ไม่เปลี่ยนไปจากตอนนี้

遠い未来に二人が離れても

tooi mirai ni futari ga hanaretemo

แม้ว่าเราสองคนจะแยกจากกันในอนาคตอันแสนไกล

きっと心に思い出が生き続ける

kitto kokoro ni omoide ga iki tsuzukeru

แต่ความทรงจำของเราจะยังคงมีชีวิตอยู่ต่อไปภายในใจ




会えない時間が 増えてく程に

aenai jikan ga fueteku hodo ni

ยิ่งเวลาที่ฉันไม่ได้พบกับเธอเพิ่มมากขึ้น

交わした言葉の温もり そっと胸の中ひろがる

kawashita kotoba no nukumori sotto mune no naka hirogaru

ความอบอุ่นของคำพูดที่เราพูดคุยกัน ก็ยิ่งค่อย ๆ แผ่ขยายออกไปในใจของฉัน




君の頬に触れたのは 記憶に刻むメッセージ

kimi no hoho ni fureta no wa kioku ni kizamu messeeji

สิ่งที่สัมผัสที่แก้มของเธอ คือข้อความที่ถูกจารึกในความทรงจำ

また二人出会えるように 時がそう導くように

mata futari deaeru you ni toki ga sou michibiku you ni

เพื่อให้เราได้พบกันอีกครั้ง ฉันขอให้กาลเวลานำทางเราไป

離れて過ごす時間も 繋がれる事を知ったの

hanarete sugosu jikan mo tsunagareru koto wo shitta no

แม้จะเป็นช่วงเวลาที่เราใช้ไปตอนแยกจากกัน 

ฉันก็ยังรับรู้ได้ว่าพวกเรานั้นยังเชื่อมโยงถึงกัน

この胸に溢れ続ける 熱い想いを抱きしめながら

kono mune ni afure tsuzukeru atsui omoi wo dakishime nagara

ในขณะที่ฉันโอบกอดความรู้สึกอันร้อนแรงที่เอ่อล้นออกมาเรื่อย ๆ ในใจดวงนี้




ひとつずつ ひとつずつ 落ちてゆく

hitotsuzutsu hitotsuzutsu oshiteyuku

ค่อย ๆ ร่วงหล่นลงมา ทีละนิด

抑えきれない気持ち こぼれてく

osaekirenai kimochi koboreteku

ความรู้สึกที่ไม่อาจทนเก็บไว้ได้กำลังเอ่อล้นออกมา

臆病な私が歩けたのは 君と過ごした過去があるから

okubyou na watashi ga aruketa no wa kimi to sugoshita kako ga aru kara

การที่ตัวฉันที่ขี้ขลาดสามารถก้าวเดินต่อไปได้  ก็เป็นเพราะมีอดีตที่ได้ใช้ไปร่วมกับเธอ




またいつか出会えるように 枯れない桜に誓った

mata itsuka deaeru you ni karenai sakura ni chikatta

เพื่อให้สักวันเราได้กลับมาพบกันอีกครั้ง ฉันได้สาบานต่อต้นซากุระที่ไม่โรยรา

願い込めた花弁たち 霞む空に舞い上がれ

negai kometa hanabira tachi kasumu sora ni maiagare

กลีบดอกไม้มากมายที่อัดแน่นไปด้วยคำอธิษฐาน ล่องลอยไปในท้องฟ้าที่พร่ามัว




君と今探したのは 未来へ送るメッセージ

kimi to ima sagashita no wa mirai e okuru messeeji

สิ่งที่ฉันได้ออกค้นหาร่วมกับเธอในตอนนี้ คือข้อความที่จะส่งไปยังอนาคต

煌めいた二人の記憶 時の彼方しまうように

kirameita futari no kioku toki no kanata shimau you ni

เพื่อให้ความทรงจำของสองเราที่เปล่งประกาย ไปถึงยังฟากฝั่งของกาลเวลา

離れて過ごす時間も 繋がれる事を知ったの

hanarete sugosu jikan mo tsunagareru koto wo shitta no

แม้จะเป็นช่วงเวลาที่เราใช้ไปตอนแยกจากกัน 

ฉันก็ยังรับรู้ได้ว่าพวกเรานั้นยังเชื่อมโยงถึงกัน

その全てが愛しいから この想いはずっと繰り返す

sono subete ga itoshii kara kono omoi wa zutto kurikaesu

เพราะฉันรักในทุก ๆ สิ่ง ความรู้สึกนี้ของฉันจะเป็นเช่นนี้ซ้ำไปซ้ำมาตลอดไป


วันเสาร์ที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2563

only my railgun / fripSide




only my railgun / fripSide




放て!心に刻んだ夢を 未来さえ置き去りにして
hanate! kokoro ni kizanda yume wo mirai sae okizari ni shite
ปล่อยออกไป! ความฝันที่ถูกจารึกไว้ในใจ แม้กระทั่งอนาคตก็ถูกมันทิ้งไว้ข้างหลัง
限界など知らない 意味無い!
genkai nado shiranai imi nai!
ขีดจำกัดน่ะ ฉันไม่รู้จักหรอก มันไร้ความหมาย!
この能力(チカラ)が光散らす その先に遥かな想いを
kono chikara ga hikari chirasu sono saki ni haruka na omoi wo
พลังพิเศษนี้จะทำให้แสงสว่างกระจายไปทั่วความรู้สึกที่ห่างไกลออกไป



歩いてきた この道を 振り返ることしか
aruitekita kono michi wo furikaeru koto shika
หากฉันทำได้เพียง มองย้อนกลับไปยังเส้นทางนี้
出来ないなら…今ここで全てを壊せる
dekinai nara… ima koko de subete wo kowaseru
ที่เดินผ่านมา… ในตอนนี้ ฉันก็สามารถทำลายทุกสิ่ง ณ ที่ตรงนี้ได้เลย



暗闇に堕ちる街並み 人はどこまで立ち向かえるの?
kurayami ni ochiru machinami hito wa dokomade tachimukaeru no?
ในทิวทัศน์ของเมืองที่ตกลงสู่ความมืดมิด 
ผู้คนจะสามารถยืนหยัดเผชิญหน้าไปได้ไกลแค่ไหนกัน?
加速するその痛みから 誰かをきっと守れるよ
kasokusuru sono itami kara dareka wo kitto mamoreru yo
ฉันจะต้องสามารถปกป้องใครสักคน จากความเจ็บปวดนั้นที่เร่งความเร็วขึ้นได้อย่างแน่นอน



Looking!
Looking!
The blitz loop this planet to search way.
The blitz loop this planet to search way.
Only my RAILGUN can shoot it. 今すぐ
Only my RAILGUN can shoot it. ima sugu
Only my RAILGUN can shoot it. ในตอนนี้เลย
身体中を 光の速さで
karadajuu wo hikari no hayasa de
ลางสังหรณ์อันหนักแน่นได้ไหลเวียนอยู่
駆け巡った 確かな予感
kakemegutta tashika na yokan
ทั่วร่างกายของฉันด้วยความเร็วแสง



掴め!望むものなら残さず 輝ける自分らしさで
tsukame! nozomu mono nara nokosazu kagayakeru jibun rashisa de
คว้าไว้สิ! หากเป็นสิ่งที่ปรารถนา ก็อย่าได้หลงเหลือไว้
และจงเปล่งประกายออกมาในแบบของตัวเอง
信じてるよ あの日の誓いを
shinjiteru yo ano hi no chikai wo
เชื่อมั่นสิ เชื่อในคำสาบานในวันนั้น
この瞳に光る涙 それさえも強さになるから
kono hitomi ni hikaru namida sore sae mo tsuyosa ni naru kara
เพราะแม้แต่หยาดน้ำตาที่ทอประกายในแววตาคู่นี้ ก็กลายเป็นความเข้มแข็งได้



立ち止まると 少しだけ 感じる切なさに
tachidomaru to sukoshi dake kanjiru setsunasa ni
ฉันรู้สึกได้ถึงความเจ็บปวดเล็กน้อย ขณะที่ยืนนิ่งอยู่
戸惑う事 無いなんて嘘はつかないよ
tomadou koto nai nante uso wa tsukanai yo
แต่ฉันก็โกหกออกไปว่า ไม่มีทางที่ฉันจะสับสน



宇宙(そら)に舞うコインが描く 放物線が決める運命
sora ni mau koin ga egaku houbutsusen ga kimeru unmei
เส้นโค้งพาราโบลาที่เหรียญวาดขึ้นในห้วงอวกาศ จะกำหนดโชคชะตา
打ち出した答えが今日も 私の胸を駆け巡る
uchidashita kotae ga kyou mo watashi no mune wo kakemeguru
คำตอบที่ถูกยิงออกไป วันนี้เองมันก็ยังวนเวียนอยู่รอบ ๆ หัวใจของฉัน



Sparkling!
Sparkling!
The shiny lights awake true desire.
The shiny lights awake true desire.
Only my RAILGUN can shoot it.必ず
Only my RAILGUN can shoot it. kanarazu
Only my RAILGUN can shoot it. อย่างแน่นอนเลย
貫いてく 途惑うことなく
tsuranuiteku tomadou koto naku
ทะลุฝ่าไป โดยไร้ซึ่งความสับสน
傷ついても 走り続ける
kizutsuitemo hashiri tsuzukeru 
แม้ว่าจะเจ็บปวด ฉันก็จะยังวิ่งต่อไป



狙え!凛と煌く視線は 狂い無く闇を切り裂く
nerae! rinto kirameku shizen wa kurui naku yami wa kirisaku
เล็งไว้! ด้วยสายตาอันกล้าหาญและเปล่งประกายจะสะบั้นความืดมิดอย่างแม่นยำ
迷いなんて 吹き飛ばせばいい
mayoi nante fukitobaseba ii
ความลังเลอะไรนั่น แค่เป่ามันให้กระเด็นไปก็พอ
この心が叫ぶ限り 誰ひとり邪魔などさせない
kono kokoro ga sakebu kagiri dare hitori jama nado sasenai
ตราบใดที่หัวใจดวงนี้ยังกู่ร้องออกมาฉันจะไม่ยอมให้ใครสักคนมาขวางทางเด็ดขาด



儚く舞う 無数の願いは
hakanaku mau musuu no negai wa
คำอธิษฐานนับไม่ถ้วนที่โปรยปรายอย่างแผ่วเบา
この両手に 積もってゆく
kono ryoute ni tsumotteyuku
กำลังกองสุมบนฝ่ามือคู่นี้
切り裂く闇に 見えてくるのは
kirisaku yami ni miete kuru no wa
สิ่งที่มองเห็นผ่านความมืดที่ถูกสะบั้น
重く深く 切ない記憶
omoku fukaku setsunai kioku
คือความทรงจำที่เจ็บปวด ลึกล้ำและหนักอึ้ง



色褪せてく 現実に揺れる
iroaseteku genjitsu ni yureru
ฉันไม่อยากยอมแพ้ให้ความสิ้นหวัง
絶望には 負けたくない
zetsubou ni wa maketakunai
ที่สั่นไหวในความเป็นจริงอันเลือนราง
私が今 私であること
watashi ga ima watashi de aru koto
ตัวฉันจะยืดอกรับสิ่งที่ฉันเป็นอยู่ในตอนนี้
胸を張って 全て誇れる!
mune wo hatte subete hokoreru!
และภูมิใจกับทุกสิ่งที่มี!



Looking!
Looking!
The blitz loop this planet to search way.
The blitz loop this planet to search way.
Only my RAILGUN can shoot it. 今すぐ
Only my RAILGUN can shoot it. ima sugu
Only my RAILGUN can shoot it. ในตอนนี้เลย
身体中を 光の速さで
karadajuu wo hikari no hayasa de
ลางสังหรณ์อันหนักแน่นได้ไหลเวียนอยู่
駆け巡った 確かな予感
kakemegutta tashika na yokan
ทั่วร่างกายของฉันด้วยความเร็วแสง



放て!心に刻んだ夢を 未来さえ置き去りにして
hanate! kokoro ni kizanda yume wo mirai sae okizari ni shite
ปล่อยออกไป! ความฝันที่ถูกจารึกไว้ในใจแม้กระทั่งอนาคตก็ถูกมันทิ้งไว้ข้างหลัง
限界など知らない 意味無い!
genkai nado shiranai imi nai!
ขีดจำกัดน่ะ ฉันไม่รู้จักหรอก มันไร้ความหมาย!
この能力(チカラ)が光散らす その先に遥かな想いを
kono chikara ga hikari chirasu sono saki ni haruka na omoi wo
พลังพิเศษนี้จะทำให้แสงสว่างกระจายไปทั่วความรู้สึกที่ห่างไกลออกไป





สวัสดีคุณผู้อ่านทุกท่านครับ ตอนนี้ที่ญี่ปุ่นก็เข้าสู่วันที่ 12 กรกฎาคม ซึ่งเป็นวันเกิดของนันจัง หรือคุณนันโจ โยชิโนะ นักร้อง/นักพากย์ผมที่ชื่นชอบนั่นเองครับ

ก่อนอื่นต้องขอกล่าวว่า “สุขสันต์วันเกิดนะครับ ขออวยพรให้คุณนันโจมีความสุขมาก ๆ มีสุขภาพแข็งแรง แล้วก็มีอายุ 17 ตลอดไป 555”



ก็เป็นสิ่งที่ทำมาเกือบทุกปีจนน่าจะเรียกได้ว่าเป็นธรรมเนียมของบล็อกไปแล้วมั้ง ที่ลงแปลเพลงของนันจังที่รู้สึกชอบเป็นพิเศษลงในวันนี้

ที่ใช้คำว่าเกือบทุกปีก็เพราะปี 2018 นี่ไม่ได้ลง เพราะเพลงที่อยากลงยังไม่ออก 555

เพลงที่ว่าก็คือเพลง blessing symphony นั่นเอง แต่ก็แปลลงทีหลัง แต่ไม่ได้เขียนอะไรทิ้งท้ายไว้



ส่วนเพลงในครั้งนี้ไม่ใช่เพลงที่ร้องในชื่อของนันจังโดยตรง แต่เป็นเพลงที่นันจังร้องในชื่อวง  fripSide เพลง only my railgun นั่นเอง 

สำหรับความพิเศษของเพลงนี้ที่ทำให้เลือกมาแปลก็คือ เพลงนี้เป็นเพลงที่ทำให้ผมได้รู้จักชื่อของนันจังเป็นครั้งแรก 

ย้อนกลับไปช่วง 9-10 ปีก่อน เป็นช่วงที่เริ่มดู To Aru Kagaku no Railgun ตอนที่ได้ยินเพลงนี้ครั้งแรกก็รู้สึกชอบอย่างบอกไม่ถูก เลยไปค้นหาชื่อของศิลปิน ก็ไปเจอกับชื่อวง fripSide แล้วก็เจอชื่อของ ‘คุณนันโจ โยชิโนะ’ ที่เป็นนักร้องนำของวง หลังจากนั้นก็เริ่มติดตามผลงานของนันจังเรื่อยมาเลย



แล้วก็เพลงนี้เพิ่งครบรอบ 10 ปีไปเมื่อช่วงเดือนตุลาฯ ปี 2019 และเดือนเมษาฯ ที่ผ่านมาก็ได้ออกเวอร์ชั่น 2020 ซึ่งเป็นเวอร์ชั่นที่ร้องใหม่หมดเลยแต่เนื้อร้องเดิม (บอกตามตรงว่าตอนแรกผมก็แอบคาดหวังว่าจะมีการเปลี่ยนเนื้อร้องบางส่วนหมือนกันนะ 555)

แต่สำหรับผมชอบเวอร์ชั่นปกติมากกว่านะ น่าจะเป็นเพราะว่าฟังมานานจนติดไปแล้วก็ได้มั้ง

 


สุดท้ายนี้ถ้ามีอะไรผิดพลาดหรือไม่ถูกใจ ก็ต้องขออภัยไว้ ณ ที่นี้ด้วยครับ

ขอบคุณที่แวะเวียนเข้ามาอ่านกันนะครับ :)