วันเสาร์ที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2564

Winter Wonder Wander / Minase Inori



Winter Wonder Wander / 水瀬いのり




幸せがいま 夜の街のどこかで

shiawase ga ima yoru no machi no dokoka de

ในตอนนี้ ณ ที่ไหนสักแห่งของเมืองยามราตรี ความสุข 

ふわり ふわり 灯る

fuwari fuwari tomoru

ส่องสว่าง อย่างบางเบา อย่างบางเบา

待ち合わせは ほら 夢の中へと

machiawase wa hora  yume no naka e to

การนัดพบของเรา ต้องเป็นในภวังค์ฝัน

私を連れて 甘やかなGracious Light

watashi wo tsurete amayaka na Gracious Light

ช่วยพาฉันไปทีสิ Gracious Light อันหอมหวาน




短い足音に誘われて

mijikai ashioto ni sasowarete

เสียงฝีเท้าสั้น ๆ เชื้อเชิญฉันอยู่

消えない胸の期待をひとつ

kienai mune no kitai wo hitotsu

ความคาดหวังในใจที่ไม่เลือนหายไปมีเพียงหนึ่งเดียว

気のせいなのかな 本当なのかな

ki no sei na no kana hontou na no kana

คิดไปเองรึเปล่านะ หรือเป็นเรื่องจริงกันนะ

ふれたい光 もうすぐに

furetai hikari mou sugu ni

ฉันอยากสัมผัสกับแสงสว่างเร็ว ๆ นี้แล้วสิ




街は煌めきに包まれて

machi wa kirameki ni tsutsumarete

เมืองถูกประกายแสงโอบล้อมไว้

冷たいため息をひとつ

tsumetai tameiki wo hitotsu

ลมหายใจที่หนาวเหน็บมีเพียงหนึ่งเดียว

誰もがみんな ぬくもり感じて

dare mo ga minna nukumori kanjite

ทุก ๆ คน ไม่ว่าใครก็รู้สึกได้ถึงไออุ่น

さまよう 私はどこへ

samayou watashi wa doko e

ฉันเดินไปแบบไร้จุดหมาย จนมาถึงที่ไหนกัน




何度もさびしい夜をひとりで数えながら

nandomo sabishii yoru wo hitori de kazoe nagara

ขณะที่นับค่ำคืนแสนเหงาซ้ำไปซ้ำมาด้วยตัวคนเดียว

幼いままの心を集めて

osanai mama no kokoro wo atsumete

ฉันก็รวบรวมหัวใจที่ยังคงอยู่ในวัยเด็ก

ここまできたよ

koko made kita yo

จนฉันได้มาถึงที่นี่

私を照らす魔法

watashi wo terasu mahou

เวทมนตร์ส่องแสงมาที่ฉัน




幸せがいま 夜の街のはずれで

shiawase ga ima yoru no machi no hazure de

ในตอนนี้ ที่ด้านนอกเมืองยามราตรี ความสุข

ふわり ふたり 灯す

fuwari futari tomosu

กำลังส่องสว่าง อย่างบางเบา มาที่สองเรา

目を開ければほら 夢の中へと

me wo akereba hora yume no naka e to

พอลืมตาขึ้น ดูสิ ฉันตกอยู่ในภวังค์ฝัน

あなたがそこにいるよ

anata ga soko ni iru yo

ที่ตรงนั้น มีเธออยู่




星空の下 誰も知らない

hoshizora no shita dare mo shiranai

ภายใต้ท้องฟ้าพร่างดาว ไม่มีใครล่วงรู้

飛び跳ねる鼓動 私らしくないけれど

tobihaneru kodou watashi rashikunai keredo

จังหวะหัวใจกระโดดเด้งขึ้นลง ไม่สมกับเป็นฉันเลย 

大丈夫 いまならどこまでも行ける

daijoubu ima nara dokomade mo yukeru

แต่ก็ไม่เป็นไรหรอก ถ้าเป็นตอนนี้ ไม่ว่าที่ไหนฉันก็สามารถไปได้

私を連れて 甘やかなGracious Light

watashi wo tsurete amayaka na Gracious Light

ช่วยพาฉันไปทีสิ Gracious Light อันหอมหวาน




ずっと信じてなかった 素敵な偶然も

zutto shinjite nakatta suteki na guuzen mo

ฉันไม่เคยเชื่อมาตลอดเลย แม้จะเป็นความบังเอิญอันแสนวิเศษ

小さいころ憧れた 絵本の運命も

chiisai koro akogareta ehon no unmei mo

หรือโชคชะตาในหนังสือภาพที่ฉันหลงใหลในวัยเด็กก็ตาม

歌を歌いながら 手と手繋ぎあって

uta wo utai nagara te to te tsunagiatte

ขณะที่ร้องเพลงออกมา เราก็จับมือกันไว้

ここにあるんだと 導いてくれたんだ

koko ni arun da to michibiite kuretan da

แสงสว่างได้นำทางบอก ว่าอยู่ตรงนี้




あの悲しい陰で凍えてた日々のなか

ano kanashii kage de kogoeteta hibi no naka 

ภายในวันเวลาที่ตัวฉันถูกแช่แข็งไว้ในเงาแสนเศร้านั้น

拙いままの心 呼ばれて

tsutanai mama no kokoro yobarete

หัวใจที่ยังคงไม่ได้ความ ถูกเรียกหา

ここまできたよ

koko made kita yo

จนฉันได้มาถึงที่นี่

私を溶かす魔法 かけて

watashi wo tokasu mahou kakete

เวทมนตร์ที่จะละลายตัวฉัน ถูกร่ายออกมา




明日になれば すべて消えてしまうとしても

ashita ni nareba subete kiete shimautoshitemo

หากพรุ่งนี้มาถึง ต่อให้ทุกสิ่งจะหายวับไป

ずっとずっと

zutto zutto

ตลอดกาล ตลอดไป

目を開ければほら 未来を照らす

me wo akereba hora mirai wo terasu

แต่พอลืมตาขึ้น ดูสิ อนาคตถูกส่องสว่าง

私がここにいるよ

watashi ga koko ni iru yo

ฉันอยู่ตรงนี้




星空の下 なにもいらない

hoshizora no shita nani mo iranai

ภายใต้ท้องฟ้าพร่างดาว ฉันไม่ต้องการอะไรอีกแล้ว

呼びかける呪文 時は止まらないけれど

yobikakeru jumon toki wa tomaranai keredo

ฉันร่ายคาถาออกมา ถึงเวลาจะไม่หยุดลง

大丈夫 ふたりはどこまでも行ける

daijoubu futaru wa dokomade mo yukeru

ก็ไม่เป็นไรหรอก ไม่ว่าที่ไหนเราสองคนก็สามารถไปได้

手と手を重ね

te to te wo kasane

จับมือกันไว้นะ




短い足音に誘われて

mijikai ashioto ni sasowarete

เสียงฝีเท้าสั้น ๆ เชื้อเชิญฉันอยู่

消えないやさしさをひとつ

kienai yasahisa wo hitotsu

ความอ่อนโยนที่ไม่จางหายไปมีเพียงหนึ่งเดียว

私もいまは ぬくもり感じて

watashi mo ima wa nukumori kanjite

ในตอนนี้ตัวฉันเอง ก็รู้สึกได้ถึงไออุ่น

夢をありがとう やわらかなPrecious Light

yume wo arigatou yawaraka na Precious Light

ขอขอบคุณภวังค์ฝัน Precious Light อันอ่อนละมุน

解けない冬の魔法 甘やかなGracious Light

tokenai fuyu no mahou amayaka na Gracious Light

เวทมนตร์แห่งหน้าหนาวที่ไม่เสื่อมคลายไป Gracious Light อันหอมหวาน


วันพุธที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2564

A Tiny Winter Story / Nanjo Yoshino



A Tiny Winter Story / 南條愛乃




見上げた夜空 白い吐息に混ざる

miageta yozora shiroi toiki ni mazaru

ท้องฟ้ายามราตรีที่แหงนมองขึ้นไป ผสมรวมเข้ากับลมหายใจสีขาวที่ทอดถอนออกมา

君の笑う明るい声 この街に溶けていく

kimi no warau akarui koe kono machi ni toketeiku

เสียงหัวเราะร่าเริงของเธอ กำลังละลายหายไปในเมืองนี้

今年の冬も 同じ景色を 二人見られること

kotoshi no fuyu mo onaji keshiki wo futari mirareru koto

ฤดูหนาวปีนี้เอง เราสองคนก็สามารถมองดูภาพทิวทัศน์เดิมได้

些細だけど幸せに感じるんだ

sasai dakedo shiawase ni kanjirun da

ถึงจะเล็กน้อย แต่ฉันก็รู้สึกมีความสุข




ヒラヒラヒラと舞う 粉雪に手を伸ばして

hira hira hira to mau konayuki ni te wo nobashite

ฉันยื่นมือออกไปหาละอองหิมะที่ร่ายรำอย่างพลิ้วไหว

はしゃぐ君が笑っている この時間が何より愛しい

hashagu kimi waratteiru kono jikan ga nani yori itoshii

แล้วเธอก็กำลังหัวเราะเสียงออกมาอย่างสนุกสนาน ช่วงเวลานี้น่ะฉันรักยิ่งกว่าสิ่งอื่นใด




瞳に映る雪たちが 星のカケラのように光って

hitomi ni utsuru yukitachi ga hoshi no kakera no you ni hikatte

หิมะมากมายที่สะท้อนในดวงตา ส่องแสงออกมาราวกับเศษเสี้ยวของดวงดาว

僕らの明日を照らしているような気持ちになった

bokura no asu wo terashiteiru you na kimochi ni natta

ฉันรู้สึกราวกับมันกำลังส่องสว่างให้กับวันพรุ่งนี้ของพวกเรา

同じ時を感じ合って 共に過ごしていける事が

onaji toki wo kanjiatte tomo ni sugoshite ikeru koto ga

การที่เราสามารถรู้สึกถึงช่วงเวลาเดียวกัน และใช้มันไปด้วยกันได้

特別な事だと 僕はそう知ったよ

tokubetsu na koto da to boku wa sou shitta yo

คือสิ่งที่แสนวิเศษ ฉันรู้เรื่องนั้นอยู่แล้วล่ะ




あの日の君が 教えてくれた気持ち

ano hi no kimi ga oshiete kureta kimochi

ความรู้สึกที่ตัวเธอในวันนั้นบอกกกับฉัน

白い季節の約束を 僕はずっと覚えてる

shiroi kisetsu no yakusoku wo boku wa zutto oboeteru

และคำสัญญาในฤดูสีขาว ฉันจำมันได้ดีอยู่ตลอดเวลา




キラキラキラ光る 無邪気に笑う横顔

kira kira kira hikaru mujaki ni warau yokogao

(ละอองหิมะ) ส่องแสงระยิบนะยับ ใบหน้าด้านข้างของเธอหัวเราะออกมาอย่างไร้เดียงสา

次の冬もこうしてまた 隣で見守っていたいんだよ

tsugi no fuyu mo koushite mata tonari de mimamotteitain da yo

ฤดูหนาวปีหน้าเอง ฉันก็อยากเฝ้ามองมันอยู่ข้าง ๆ เธอแบบนี้อีกจังเลย




瞳に映る雪たちが 星のカケラのように光って

hitomi ni utsuru yukitachi ga hoshi no kakera no you ni hikatte

หิมะมากมายที่สะท้อนในดวงตา ส่องแสงออกมาราวกับเศษเสี้ยวของดวงดาว

僕らの明日を照らしているような気持ちになった

bokura no asu wo terashiteiru you na kimochi ni natta

ฉันรู้สึกราวกับมันกำลังส่องสว่างให้กับวันพรุ่งนี้ของพวกเรา

同じ時を感じ合って 共に過ごしていける事が

onaji toki wo kanjiatte tomo ni sugoshite ikeru koto ga

การที่เราสามารถรู้สึกถึงช่วงเวลาเดียวกัน และใช้มันไปด้วยกันได้

特別な事だと 僕はそう知ったよ

tokubetsu na koto da to boku wa sou shitta yo

คือสิ่งที่แสนวิเศษ ฉันรู้เรื่องนั้นอยู่แล้วล่ะ




A Tiny winter story



ในเพลงตรงท่อน ‘shiroi kisetsu no yakusoku wo boku wa zutto oboeteru’ เป็นการพูดถึงเพลง Shiroi Kisetsu no Yakusoku

หากคุณผู้อ่านสนใจ สามารถคลิกตรงชื่อเพลงเพื่อเข้าไปอ่านคำแปลได้เลยครับ


วันจันทร์ที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2564

Ai no Na ga Hibiku Basho / Suzuki Aina



愛の名が響く場所 / 鈴木愛奈




(I've finally found the place called love)




今ここで見つけた 愛の名が響く場所を

ima koko de mitsuketa ai no na ga hibiku basho wo

ในตอนนี้ ณ ที่ตรงนี้ ฉันหาเจอแล้ว สถานที่ที่นามแห่งรักดังกังวานน่ะ

その声の波の中 両手いっぱい広げて泳ぐの

sono koe no nami no naka ryoute ippai hirogete oyogu no 

ภายในคลื่นของเสียงนั้น ฉันกางแขนทั้งสองข้างออกอย่างเต็มที่ แหวกว่ายไป

あるがままの私を歌うの

aru ga mama no watashi wo utau no

และขับขานตัวฉันที่เป็นอยู่ออกมา




あの時の涙は始まりの合図だったんだ

ano toki no namida wa hajimari no aizu dattan da

หยาดน้ำตาในตอนนั้น คือสัญญาณแห่งการเริ่มต้นยังไงล่ะ




ねえ、逢いにきてくれたね ねぇ、最高の笑顔で

nee, ai ni kite kureta ne nee, saikou no egao de

นี่, มาหาฉันหน่อยนะ นี่, ด้วยรอยยิ้มที่ยอดเยี่ยมที่สุดน่ะ

ありきたりな言葉だけれど 届けたい 伝えたい

arikitari na kotoba da keredo todoketai tsutaetai

ถึงจะเป็นคำพูดทั่ว ๆ ไป แต่ฉันก็อยากส่งไปให้ถึงเธอ อยากสื่อออกไป

ありがとう…奇跡の仲間に

arigatou… kiseki no nakama ni

ขอบคุณนะ… พวกพ้องแห่งปาฏิหาริย์




(I've finally found the place called love)




誰かと比べてた 何かのせいにしてた

dareka to kurabeteta nanika no sei ni shiteta

พอเอาตัวเองไปเทียบกับคนอื่น ฉันก็โทษว่าเป็นเพราะอะไรสักอย่าง

そんな私はもういない 一歩一歩前に進めるから

sonna watashi wa mou inai ippo ippo mae ni susumeru kara

ตัวฉันที่เป็นแบบนั้นน่ะ ไม่มีอยู่อีกแล้ว เพราะฉันน่ะพัฒนาไปข้างหน้าทีละก้าวทีละก้าว

みんなが背中押してくれるから

minna ga senaka oshite kureru kara

เพราะว่าได้ทุกคนช่วยผลักดันแผ่นหลังของฉัน




あの日々の孤独は未来への扉だったんだ

ano hibi no kodoku wa mirai e no tobira dattan da

ความโดดเดี่ยวในแต่ละวันนั้นคือประตูที่มุ่งสู่อนาคตยังไงล่ะ




ねえ、信じていてくれたね ねぇ、真っ直ぐな想いで

nee, shinjiteite kureta ne nee, massugu na omoi de

นี่, เธอเชื่อในตัวฉัน นี่, ด้วยความรู้สึกที่ซื่อตรง

ここにいるみんなとひとつになり 奏でたい 過ごしたい

koko ni iru minna to hitotsu ni nari kanadetai sugoshitai

ฉันอยู่ตรงนี้และเป็นหนึ่งเดียวกับทุกคน ฉันอยากบรรเลงบทเพลง และอยากใช้เวลา

素晴らしい…奇跡の時間を

subarashii… kiseki no jikan wo

ในช่วงเวลาอันแสนวิเศษ… ช่วงเวลาแห่งปาฏิหาริย์




解き放つ音が 胸の奥までシンクロして

tokihanatsu oto ga mune no oku made shinkuro shite

เสียงเพลงที่ปลดปล่อยออกมา สอดประสานกันกับเสียงข้างในใจ

生命の鼓動と 今重なってく

seimei no kodou to ima kasanatteku

ซ้อนทับกับจังหวะหัวใจของชีวิตในตอนนี้




ねえ、この瞬間(とき)が夢みたい ねぇ、あの頃が嘘みたい

nee, kono toki ga yume mitai nee, ano koro ga uso mitai

นี่, ช่วงเวลานี้เหมือนกับฝันไปเลยนะ นี่, ในตอนนั้นน่ะ ราวกับเป็นเรื่องโกหกเลย

私の居場所がここにある…

watashi no ibasho ga kono ni aru…

สถานที่สำหรับฉันอยู่ที่ตรงนี้… 




ねえ、逢いにきてくれたね ねぇ、最高の笑顔で

nee, ai ni kite kureta ne nee, saikou no egao de

นี่, มาหาฉันหน่อยนะ นี่, ด้วยรอยยิ้มที่ยอดเยี่ยมที่สุดน่ะ

かけがえのないこの言葉を 届けたい 贈りたい

kakegae no nai kono kotoba wo todoketai okuritai

คำพูดที่ไม่มีสิ่งใดมาแทนได้ ฉันอยากส่งไปให้ถึงเธอ อยากมอบให้เธอ

ありがとう…奇跡の仲間に

arigatou… kiseki no nakama ni

ขอบคุณนะ… พวกพ้องแห่งปาฏิหาริย์

ありがとう…奇跡の出逢いに

arigatou… kiseki no deai ni

ขอบคุณนะ… การพบพานแห่งปาฏิหาริย์




(I've finally found the place called love)


วันพฤหัสบดีที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2564

Hug / LUCKLIFE



Hug / ラックライフ




一人で悩んで

hitori de nayande

กลัดกลุ้มใจอยู่เพียงลำพัง

一人で自滅する僕の癖

hitori de jimetsu suru boku no kuse

และทำชีวิตตัวเองพัง นั่นแหละนิสัยของผม

年を重ね大人になる程

toshi wo kasane otona ni naru hodo

อายุเพิ่มพูนขึ้นจนพอจะเป็นผู้ใหญ่

ひどくなるみたいだ

hidoku naru mitai da

แต่ดูเหมือนว่าจะเลวร้ายลง




嘘でごまかして

uso de gomakashite

ทำกลบเกลื่อนด้วยคำโกหก

うまく心蓋して隠して

umaku kokoro futashite kakushite

ปิดกั้นหัวใจอย่างดี และเก็บซ่อนมันไว้

何事もないフリで歩く道

nanigoto mo nai furi de aruku michi

เดินไปบนถนนโดยแสร้งทำเป็นไม่มีอะไร

見慣れた街の中

minareta machi no naka

อยู่ภายในเมืองที่คุ้นเคย




いつもは通り過ぎる

itsumo wa toorisugiru

ทุกครั้งผมจะเดินผ่านเข้าไป

公園ベンチに腰掛け

kouen benchi ni koshikake

นั่งบนม้านั่งในสวนสาธารณะ

やけに晴れた空が目に沁みる今日だ

yake ni hareta sora ga me ni shimiru kyou da

วันนี้ภาพของฟ้าแสนสดใสซึมซาบเข้ามาในดวงตา

大きめのあくびで塗り潰そうか

ookime no akubi de nuritsubusou ka

และผมก็ระบายทับมัน (ภาพท้องฟ้า) ด้วยหาวหวอดใหญ่




ごめん

gomen

ขอโทษนะ

なにも言わずに抱きしめさせてほしい

nani mo iwazu ni dakishime sasete hoshii

ผมอยากให้เธอกอดผมไว้โดยไม่พูดอะไร

顔も見ないで抱きしめて

kao mo minaide dakishimete

กอดผมไว้โดยไม่มองหน้า

自分勝手だよなわかってる

jibunkatte da yo na wakatteru

ผมเข้าใจดีว่ามันฟังดูเอาแต่ใจ

あともう少しだけこのままで

ato mou sukoshi dake kono mama de

แต่ช่วยกอดผมไว้แบบนี้อีกแป๊บนึงเถอะนะ




どんな時でも君は味方でいて

donna toki demo kimi wa mikata de ite

ไม่ว่าเวลาไหน เธอก็อยู่ข้างเดียวกับผม

いついつまでもそばにいて

itsu itsumademo soba ni ite

และไม่ว่าเมื่อไร เธอก็อยู่เคียงข้างผม

君がいてくれたのならば

kimi ga ite kureta no naraba

หากมีเธออยู่

蘇るのさ

yomigaeru no sa

ผมก็กลับมามีชีวิตชีวาได้

何度だって僕は

nando datte boku wa

หลายต่อหลายครั้ง




そのうち忘れて

sono uchi wasurete

อีกไม่นาน ก็ลืมเลือนไป

そのうち進み出す僕らまた

sono uchi susumi dasu bokura mata

และอีกไม่นาน ก็มุ่งหน้าต่อไป 

問題はない

mondai wa nai

ไม่มีปัญหาอะไรอีกแล้วล่ะ

そういう風にできてる

sou iu fuu ni dekiteru

ชีวิตผมมันก็เป็นแบบที่ว่าไปนั่นแหละ

虚しい気もするけど

munashii kimosuru kedo

รู้สึกว่างเปล่าเหลือเกิน




確かにあの時の痛みも

tashika ni ano toki no itami mo

ความเจ็บปวด ความเศร้าโศก

悲しみも涙も今はない

kanashimi mo namida mo ima wa nai

และหยาดน้ำตาในตอนนั้น ตอนนี้ผมไม่มีอีกแล้ว

だけど忘れたんじゃない

dakedo wasuretan janai

แต่ว่าก็ไม่ได้ลืมมันไป

その上に立ってる

sono ue ni tatteru

ผมเพียงยืนอยู่เหนือสิ่งเหล่านั้น

僕だけじゃ僕にはなれなかった

boku dake ja boku ni wa nareru nakatta

แค่ตัวผมเอง ผมยังไม่สามารถเป็นได้เลย




聞いて

kiite

ฟังหน่อยนะ

なにもなくても抱きしめさせてほしい

nani mo nakute mo dakishime sasete hoshii

ผมอยากให้เธอกอดผมไว้ แม้จะไม่มีอะไรก็ตาม

痛いくらいに抱きしめて

itai kurai ni dakishimete

กอดผมไว้แน่น ๆ จนผมรู้สึกเจ็บเลย

ありきたりだけれどいいかな

arikitari da keredo ii kana

อาจจะฟังดูธรรมดา แต่ก็คงไม่เป็นไรหรอกมั้ง

いつもありがとう

itsumo arigatou

ขอบคุณเธอเสมอเลยนะ

何度だって伝えよう

nando datte tsutaeyou

ผมจะพูดออกไปหลาย ๆ ครั้ง




いつもありがとう

itsumo arigatou

ขอบคุณเธอเสมอเลยนะ

何度だって言うよ

nando datte iu yo

ผมจะเอ่ยออกไปหลาย ๆ ครั้ง




ごめん

gomen

ขอโทษนะ

なにも言わずに抱きしめさせてほしい

nani mo iwazu ni dakishime sasete hoshii

ผมอยากให้เธอกอดผมไว้โดยไม่พูดอะไร

顔も見ないで抱きしめて

kao mo minaide dakishimete

กอดผมไว้โดยไม่มองหน้า

自分勝手だよなわかってる

jibunkatte da yo na wakatteru

ผมเข้าใจดีว่ามันฟังดูเอาแต่ใจ

あともう少しだけこのままで

ato mou sukoshi dake kono mama de

แต่ช่วยกอดผมไว้แบบนี้อีกแป๊บนึงเถอะนะ




どんな時でも君は味方でいて

donna toki demo kimi wa mikata de ite

ไม่ว่าเวลาไหน เธอก็อยู่ข้างเดียวกับผม

いついつまでもそばにいて

itsu itsumademo soba ni ite

และไม่ว่าเมื่อไร เธอก็อยู่เคียงข้างผม

君がいてくれたのならば

kimi ga ite kureta no naraba

หากมีเธออยู่

蘇るのさ

yomigaeru no sa

ผมก็กลับมามีชีวิตชีวาได้

何度だって僕は

nando datte boku wa

หลายต่อหลายครั้ง



สวัสดีคุณผู้อ่านทุกท่านครับ วันนี้ก็เป็นวันที่ Blog เดินทางมาครบ 6 ปีแล้วครับ ก่อนอื่นผมก็ต้องขอบคุณคุณผู้อ่านทุกท่านที่เข้ามาดู มาคอมเมนต์ มาแชร์ลิงก์ไป ไม่ว่าจะเพลงนี้หรือเพลงอื่น ๆ


สำหรับเพลงที่เลือกมาใช้ในครั้งนี้เป็นเพลง Hug ของ LUCKLIFE เพลงนี้จะพูดถึงเนื้อหาประมาณว่าตัวเราเจอแต่เรื่องแย่ ๆ แล้วก็ต้องทนอยู่กับมันไป แต่บางทีการที่มีใครสักคนเข้ามากอดเรา มาอยู่เคียงข้างเราก็ทำให้เรากลับมารู้สึกสดใส สู้กับปัญหาต่อไปได้

ส่วนเหตุผลที่เลือกใช้เพลงนี้ผมก็ไม่รู้จะอธิบายยังไงเหมือนกันครับ แค่รู้สึกว่าเพลงนี้แหละถึงจะเหมาะกับเพลงครบรอบของปีนี้ อาจจะเป็นเพราะปีนี้ไม่ว่าใครต่างก็เจอเรื่องแย่ ๆ เจอปัญหามาเยอะก็ได้ครับ


สุดท้ายนี้ถ้ามีอะไรผิดพลาดไปหรือไม่ถูกใจ ผมก็ต้องขออภัยไว้ ณ ที่นี้ด้วยครับ

แล้วพบกันใหม่ในงานแปลเพลงถัดไปครับ :)