วันจันทร์ที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2563

Hana ni Bourei / Yorushika



花に亡霊 / ヨルシカ





もう忘れてしまったかな

mou wasurete shimatta kana

เธอลืมไปแล้วรึเปล่านะ

夏の木陰に座ったまま、氷菓を口に放り込んで風を待っていた

natsu no kokage ni suwatta mama, aisu wo kuchi ni hourikonde kaze wo matteita

ขณะที่นั่งอยู่ใต้ร่มไม้ของหน้าร้อน, ฉันโยนไอศกรีมเข้าปาก และเฝ้ารอสายลม




もう忘れてしまったかな 世の中の全部嘘だらけ

mou wasurete shimatta kana yo no naka no zenbu uso darake

เธอลืมไปแล้วรึเปล่านะ ทุกสิ่งในโลกนี้ล้วนเต็มไปด้วยคำโกหก

本当の価値を二人で探しに行こうと笑ったこと

hontou no kachi wo futari de sagashi ni ikou to waratta koto 

เราเคยหัวเราะให้กับเรื่องที่เราสองคนไปตามหาคุณค่าของความจริงด้วยกัน




忘れないように 色褪せないように

wasurenai you ni iroasenai you ni

ขอให้ไม่ลืมเลือนไป ขอให้ไม่จางหายไป

形に残るものが全てじゃないように

katachi ni nokoru mono ga subete janai you ni

ขอให้สิ่งที่หลงเหลือรูปลักษณ์ไว้ ไม่ใช่ทุกสิ่ง




言葉をもっと教えて 夏が来るって教えて

kotoba wo motto oshiete natsu ga kuru tte oshiete

ช่วยบอกฉันด้วยคำพูดอีกสิ บอกฉันว่าหน้าร้อนจะมาถึง

僕は描いてる 眼に映ったのは夏の亡霊だ

boku wa egaiteru me ni utsutta no wa natsu no bourei da

ฉันวาดสิ่งที่สะท้อนอยู่ในตา ออกมาเป็นผีแห่งหน้าร้อน

風にスカートが揺れて 想い出なんて忘れて

kaze ni sukaato ga yurete omoide nante wasurete

กระโปรงของฉันพลิ้วไหวไปตามสายลม ฉันลืมความทรงจำไปแล้ว

浅い呼吸をする、汗を拭って夏めく

asai kokyuu wo suru, ase wo nugutte natsumeku

ฉันสูดหายใจเบา ๆ และปาดเหงื่อ 

ฉันรู้สึกเหมือนตอนหน้าร้อนเลย




もう忘れてしまったかな

mou wasurete shimatta kana

เธอลืมไปแล้วรึเปล่านะ

夏の木陰に座った頃、遠くの丘から顔出した雲があったじゃないか

natsu no kokage ni suwatta koro, tooku no oka kara kao dashita kumo ga atta janai ka

ตอนที่ฉันนั่งอยู่ใต้ร่มไม้ของหน้าร้อน, มีเมฆโผล่ออกมาจากหุบเขาที่อยู่ไกลห่างใช่มั้ยนะ

君はそれを掴もうとして、馬鹿みたいに空を切った手で

kimi wa sore wo tsukamou to shite, baka mitai ni kuu wo kitta te de

เธอพยายามที่จะคว้ามันไว้, แต่ก็คว้าอะไรไม่ได้เลย ดูเหมือนคนบ้าเลยล่ะ

僕は紙に雲一つを書いて、笑って握って見せて

boku wa kami ni kumo hitotsu wo kaite, waratte nigitte misete

ฉันเลยวาดก้อนเมฆก้อนหนึ่งลงในกระดาษ, หัวเราะออกมา และคว้ามันให้เธอดู




忘れないように

wasurenai you ni

ขอให้ไม่ลืมเลือนไป

色褪せないように

iroasenai you ni

ขอให้ไม่จางหายไป

歴史に残るものが全てじゃないから

rekishi ni nokoru mono ga subete janai kara

เพราะว่าไม่ใช่ทุกสิ่งที่จะหลงเหลือประวัติศาสตร์ไว้




今だけ顔も失くして

ima dake kao mo nakushite

แค่เพียงตอนนี้ ฉันสูญเสียใบหน้าไป

言葉も全部忘れて

kotoba mo zenbu wasurete

และหลงลืมทุกคำพูดไป

君は笑ってる

kimi wa waratteru

เธอกำลังหัวเราะอยู่

夏を待っている僕ら亡霊だ

natsu wo matteiru bokura bourei da

พวกเราที่เฝ้ารอหน้าร้อน คือผียังไงล่ะ

心をもっと教えて

kokoro wo motto oshiete

บอกฉันถึงหัวใจของเธอมากกว่านี้อีก

夏の匂いを教えて

natsu no nioi wo oshiete

บอกฉันถึงกลิ่นอายของหน้าร้อน

浅い呼吸をする

asai kokyuu wo suru

ฉันสูดหายใจเบา ๆ 




忘れないように

wasurenai you ni

ขอให้ไม่ลืมเลือนไป

色褪せないように

iroasenai you ni

ขอให้ไม่จางหายไป

心に響くものが全てじゃないから

kokoro ni hibiku mono ga subete janai kara

เพราะว่าไม่ใช่ทุกสิ่งที่จะดังก้องอยู่ในใจ




言葉をもっと教えて

kotoba wo motto oshiete

ช่วยบอกฉันด้วยคำพูดอีกสิ

さよならだって教えて

sayonara datte oshiete

ช่วยบอกคำว่าลาก่อนกับฉัน

今も見るんだよ

ima mo mirun da yo

แม้แต่ตอนนี้ ฉันก็ยังเฝ้ามอง

夏に咲いてる花に亡霊を

natsu ni saiteru hana ni bourei wo

ผีในดอกไม้ที่ผลิบานในหน้าร้อน

言葉じゃなくて時間を

kotoba janakute jikan wo

ไม่ใช่คำพูด แต่เป็นช่วงเวลา

時間じゃなくて心を

jikan janakute kokoro wo

ไม่ใช่ช่วงเวลา แต่เป็นหัวใจ

浅い呼吸をする、汗を拭って夏めく

asai kokyuu wo suru, ase wo nugutte natsumeku

ฉันสูดหายใจเบา ๆ และปาดเหงื่อ 

ฉันรู้สึกเหมือนตอนหน้าร้อนเลย




夏の匂いがする

natsu no nioi ga suru

ฉันได้กลิ่นอายของหน้าร้อน




もう忘れてしまったかな

mou wasurete shimatta kana

เธอลืมไปแล้วรึเปล่านะ

夏の木陰に座ったまま、氷菓を口に放り込んで風を待っていた

natsu no kokage ni suwatta mama, aisu wo kuchi ni hourikonde kaze wo matteita

ขณะที่นั่งอยู่ใต้ร่มไม้ของหน้าร้อน, ฉันโยนไอศกรีมเข้าปาก และเฝ้ารอสายลม


วันศุกร์ที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2563

divine criminal/ fripSide



divine criminal/ fripSide




哀しいほどの漆黒の闇に 蠢(うごめ)く痛み 問い続ける罪
kanashii hodo no shikkoku no yami ni ugomeku itami toitsuzukeru tsumi
ดิ้นรนอยู่ในความมืดมิดสีดำสนิทอันน่าเศร้า 
บาปยังคงไถ่ถามถึงความเจ็บปวดต่อไปเรื่อย ๆ 
真実と嘘 抗(あらが)う その日々はやがて僅かな光 絶望を照らした
shinjitsu to uso aragau sono hibi wa yagate wazukana hikari zetsubou wo terashita
ในแต่ละวันที่ความจริงและคำโกหกขัดแย้งกัน
ในที่สุดแสงสว่างอันบางเบาก็ได้ส่องสว่างให้กับความสิ้นหวัง



いつからか捜していた いくつもの夜を越えて
itsukaraka sagashiteita ikutsumono yoru wo koete
ฉันเริ่มออกค้นหาตั้งแต่เมื่อไหร่กัน ข้ามผ่านราตรีมากมายไป (เพื่อตามหา) 
この心を映す幻影 壊せるほどに強い救いを
kono kokoro wo utsusu genei kowaseru hodo ni tsuyoi sukui wo
ความช่วยเหลือที่แข็งแกร่งพอจะทำลายภาพหลอนที่สะท้อนอยู่ในใจดวงนี้
苦しみで逃げ場のない 毎日に支配された
kurushimi de nigeba no nai mainichi ni shihai sareta
ไม่อาจหนีไปจากความทุกข์ทรมานได้ ถูกครอบงำอยู่ทุกวัน
この世界で求め続けた 明日を信じるその意味を
kono sekai de motome tsuzuketa asu wo shinjiru sono imi wo
ภายในโลกใบนี้ ฉันรู้สึกโหยหาความหมาย
ในการเชื่อมั่นในวันพรุ่งนี้เรื่อยมา



震えるこの鼓動が 力を生み出す時
furueru kono kodou ga chikara wo umidasu toki 
ช่วงเวลาที่ชีพจรนี้ที่สั่นไหว ให้กำเนิดความแข็งแกร่งขึ้นมา
隣に感じる同じ息吹が 絆を超えていく
tonari ni kanjiru onaji ibuki ga kizuna wo koete yuku
ลมหายใจแบบเดียวกับที่รู้สึกได้จากข้างกาย จะก้าวข้ามผ่านสายสัมพันธ์ไป



放つ光は全てを貫く 強い力は未来を切り裂く
hanatsu hikari wa subete wo tsuranuku tsuyoi chikara wa mirai wo kirisaku
แสงสว่างที่ปลดปล่อยออกมา จะทะลุผ่านทุกสิ่งทุกอย่าง
พลังที่แข็งแกร่ง จะตัดสะบั้นเพื่อเปิดทางไปสู่อนาคต
儚く散った涙の数だけ その存在を越えた真実に辿り着く
hakanaku chitta namida no kazu dake sono sonzai wo koeta shinjitsu ni tadoritsuku
เพียงได้ก้าวข้ามการมีอยู่ของจำนวนน้ำตาที่ร่วงโรย ก็จะไปถึงยังความจริง



巡り行く日々の中で いくつもの迷い抱いて
meguriyuku hibi no naka de ikutsumono mayoi daite
ท่ามกลางแต่ละวันที่หมุนเวียนไป ฉันโอบกอดความลังเลมากมายเอาไว้
この心に映る記憶を 壊せないまま抗(あらが)っている
kono kokoro ni utsuru kioku wo kowasenai mama aragatteiru
ฉันกำลังฝืนต้าน ทั้งที่ยังไม่สามารถทำลายความทรงจำที่สะท้อนอยู่ในใจได้
立ち止まり見上げた空 幻想が溢れている
tachidomari miageta sora gensou ga afureteiru
บนท้องฟ้าที่ฉันหยุดนิ่งและมองขึ้นไป เต็มไปด้วยภาพลวงเพ้อฝัน
この世界を生き抜く意味を 教えてくれた君がいた
kono sekai wo ikinuku imi wo oshiete kureta kimi ga ita
ความหมายของการมีชีวิตรอดต่อไปบนโลกนี้ เธอเป็นคนได้บอกให้ฉันรู้



言葉なんていらない 結果だけが全てと
kotoba nante iranai kekka dake ga subete to
คำพูดอะไรนั่น มันไม่จำเป็นหรอก ผลลัพธ์เท่านั้นคือทุกสิ่ง
ただ走り続け 闘う希望 失くさず生きてきた
tada hashiri tsuzuke tatakau kibou nakusazu ikitekita
ฉันแค่เพียงวิ่งต่อไปเรื่อย ๆ และใช้ชีวิตโดยไม่สูญเสียความหวังในการต่อสู้ไป



叶わぬ夢を抱(いだ)く暇はなく 過去を振り切るその意思は高く
kanawanu yume wo idaku hima wa naku kako wo furikiru sono ishi wa takaku
ไม่มีเวลาว่างมากอดเก็บความฝันที่ไม่เป็นจริงไว้หรอกนะ 
ปณิธานที่จะสลัดอดีตให้หลุดไปนั้นอยู่สูงเหลือเกิน
切なく響く息遣いだけが この生命(いのち)燃える限り その嘘を呑み込む
setsunaku hibiku ikizukai dake ga kono inochi moeru kagiri sono uso nomikomu
ตราบเท่าที่การหายใจที่ส่งเสียงก้องอย่างเจ็บปวด ยังทำให้ชีวิตนี้ลุกโชนต่อไปได้
ฉันก็จะกล้ำกลืนคำโกหกนั้นไว้



心のままに生きていくこと それだけは失くしたくはない
kokoro no mama ni ikiteiku koto sore dake wa nakushitaku wa nai
การมีชีวิตอยู่โดยทำตามหัวใจ มีเพียงสิ่งนั้นที่ฉันไม่ต้องการสูญเสียมันไป
この不条理な世界がいま 音を立てずに崩れ落ちても
kono fujouri na sekai ga ima oto wo tatezu ni kuzureochitemo
แม้ว่าตอนนี้ โลกที่ไม่สมเหตุสมผลนี้จะพังทลายลงโดยไร้ซึ่งเสียงใด ๆ ก็ตาม



哀しいほどに美しい罪が 囁(ささや)いている 幻惑の罰(ばつ)を
kanashii hodo ni utsukushii tsumi ga sasayaiteiru genwaku no batsu wo
บาปที่ดูงดงามจนน่าเศร้ากำลังกระซิบบอกถึงการลงทัณฑ์ที่ทำให้สับสน
真実と嘘 抗(あらが)う その日々に永遠(とわ)の痛み抱きしめ
shinjitsu to uso aragau sono hibi ni towa no itami dakishime
ในแต่ละวันที่ความจริงและคำโกหกขัดแย้งกัน ฉันโอบกอดความเจ็บปวดอันเป็นนิรันดร์ไว้
絶望に堕ちてく
zetsubou ni ochiteku
และตกลงสู่ความสิ้นหวัง



放つ光は全てを貫く 強い力は未来を切り裂く
hanatsu hikari wa subete wo tsuranuku tsuyoi chikara wa mirai wo kirisaku
แสงสว่างที่ปลดปล่อยออกมา จะทะลุผ่านทุกสิ่งทุกอย่าง
พลังที่แข็งแกร่ง จะตัดสะบั้นเพื่อเปิดทางไปสู่อนาคต
儚く散った涙の数だけ その存在を超えてく
hakanaku chitta namida no kazu dake sono sonzai wo koeteku
ฉันจะก้าวข้ามการมีอยู่ของจำนวนน้ำตาที่ร่วงโรยไป
叶わぬ夢を抱(いだ)く暇はなく 過去を振り切るその意思は高く
kanawanu yume wo idaku hima wa naku kako wo furikiru sono ishi wa takaku
ไม่มีเวลาว่างมากอดเก็บความฝันที่ไม่เป็นจริงไว้หรอกนะ 
ปณิธานที่จะสลัดอดีตให้หลุดไปนั้นอยู่สูงเหลือเกิน
切なく響く息遣いだけが この生命(いのち)燃える限り その嘘を呑み込む
setsunaku hibiku ikizukai dake ga kono inochi moeru kagiri sono uso nomikomu
ตราบเท่าที่การหายใจที่ส่งเสียงก้องอย่างเจ็บปวด ยังทำให้ชีวิตนี้ลุกโชนต่อไปได้
ฉันก็จะกล้ำกลืนคำโกหกนั้นไว้

วันอังคารที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2563

crescendo -version2016- / fripSide



crescendo -version2016- / fripSide





誰にも負けない君の心の
dare mo makenai kimi no kokoro no
เพียงเศษเสี้ยวเดียวของ
強さのひとかけら
tsuyosa no hito kakera
ความเข้มแข็งในใจของเธอผู้ไม่ยอมแพ้ใคร
私にも教えて
watashi ni mo oshiete
บอกกับฉันว่า
今は見失った君の姿
ima wa miushinatta kimi no sugata
สักวันหนึ่งจะต้องได้พบกับ
いつかまた必ず出会う
itsuka mata kanarazu deau
ตัวเธอที่คลาดสายตาไปในตอนนี้อีกแน่นอน
そのために
sono tame ni
เพื่อการนั้น
風の彼方にさらわれていった
kaze no kanata ni sarawareteitta
ฉันอยากนำทิวทัศน์อันอบอุ่นที่ถูกอีกฟากของ
暖かい景色を取り戻したいから
atatakai keshiki wo torimodoshitai kara
สายลมลักพาไปกลับคืนมาให้ได้
涙と孤独と冷たい現実を
namida to kodoku to tsumetai hibi wo
ฉันได้เฝ้าตามหาความกล้าที่จะใช้ทำลาย
壊してく勇気を追い求めた
kowashiteku yuuki wo oimotometa
น้ำตา ความโดดเดี่ยว และความเป็นจริงอันเย็นชา




どんなに季節が巡っても
donna ni kisetsu ga mugutte mo
ไม่ว่าฤดูกาลใดจะหมุนเวียนอยู่
消えはしない切なさが
kie wa shinai setsunasa ga
ในขณะที่ฉันหวาดกลัว
傷つくことに怯えながら
kizutsuku koto ni obienagara
ความเจ็บปวดที่ไม่หายไปทำร้ายฉัน
叶わぬ願いを求めた
kanawanu negai wo motometa
ฉันก็ได้เรียกร้องหาคำอธิษฐานที่ยังไม่ถูกเติมเต็ม




君がいないこの街は
kimi ga inai kono machi wa
ภายในเมืองนี้ที่ไม่มีเธออยู่นั้น
時間が止まったみたいに
toki ga tomatta mitai ni
ราวกับเวลาได้หยุดลง
愛も夢も優しさも
ai mo yume mo yasashisa mo
ทั้งความรัก ความฝัน ความอ่อนโยน
流れる涙に気付かずに
nagareru namida ni kizukazu ni
และหยาดน้ำตาที่หลั่งไหลออกมา ฉันไม่รู้สึกถึงมันเลย




誰にも負けない君の心の
dare mo makenai kimi no kokoro no
เพียงเศษเสี้ยวเดียวของ
強さのひとかけら
tsuyosa no hito kakera
ความเข้มแข็งในใจของเธอผู้ไม่ยอมแพ้ใคร
私にも教えて
watashi ni mo oshiete
บอกกับฉันว่า
今は見失った君の姿
ima wa miushinatta kimi no sugata
สักวันหนึ่งจะต้องได้พบกับ
いつかまた必ず出会う
itsuka mata kanarazu deau
ตัวเธอที่คลาดสายตาไปในตอนนี้อีกแน่นอน
そのために
sono tame ni
เพื่อการนั้น
風の彼方にさらわれていった
kaze no kanata ni sarawareteitta
ฉันอยากนำทิวทัศน์อันอบอุ่นที่ถูกอีกฟากของ
暖かい景色を取り戻したいから
atatakai keshiki wo torimodoshitai kara
สายลมลักพาไปกลับคืนมาให้ได้
涙と孤独と冷たい現実を
namida to kodoku to tsumetai hibi wo
ฉันได้เฝ้าตามหาความกล้าที่จะใช้ทำลาย
壊してく勇気を追い求めた
kowashiteku yuuki wo oimotometa
น้ำตา ความโดดเดี่ยว และความเป็นจริงอันเย็นชา




どんなに遠くに離れても
donna ni tooku ni hanarete mo
ไม่ว่าจะแยกจากกันไกลแค่ไหน
君の面影を探す
kimi no omokage wo sagasu
ฉันก็จะตามหาภาพจำในอดีตของเธอ
ふれあう想いを見つけたら
fureau omoi wo mitsuketara
หากได้พบกับความรู้สึกที่สัมผัสร่วมกัน
弱さも少し霞んでく
yowasa mo sukoshi kasundeku
แม้แต่ความอ่อนแอ ก็พร่ามัวไป




まだ終わらない約束
mada owaranai yakusoku
คำสัญญาที่ยังไม่จบลงไป
孤独の中で重ねて
kodoku no naka de kasanete
ซ้อนทับกันอยู่ภายในความโดดเดี่ยว
戻らない日々に咲いた
modoranai hibi ni saita
รอยยิ้มอันแสนสำคัญที่เบ่งบานออก
大切な笑顔
taisetsu na egao
ในวันเวลาที่ไม่มีวันคืนกลับมา
守るから
mamoru kara
ฉันจะปกป้องมันไว้




どれだけ迷っても惑わされない
dore dake mayotte mo madowasarenai
ไม่ว่าจะรู้สึกลังเลแค่ไหน ฉันก็จะไม่ยอมถูกหลอกให้สับสน
君への憧れが心に降り積もる
kimi e no akogare ga kokoro ni furitsumoru
ความใฝ่ฝันที่มีให้เธอ ทับถมขึ้นภายในใจ
ただ息を繰り返してただけの
tada iki wo kurikaeshiteta dake no
ความเหงานั้นทำให้ท้องฟ้าดูสดใส
私の生き方を変えてゆくほどに
watashi no iki kata wo kaeteyuku hodo ni
จนตัวฉันที่เอาแต่หายใจซ้ำไปซ้ำมา
淋しさがこの空を綺麗だと
sabishisa ga kono sora wo kirei da to
เปลี่ยนวิธีการใช้ชีวิตไป
素直に感じれる気持ちをくれるから
sunao ni kanjireru kimochi wo kureru kara
เพราะฉันได้รับความรู้สึกที่รับรู้ได้อย่างซื่อตรง
背中にきっと折れることのない
senaka ni kitto oreru koto no nai
แผ่นหลังนี้ของฉันจะไม่มีวันแตกหักลง
君という名の羽
kimi to iu hane
ปีกที่มีชื่อว่า ‘เธอ’
輝かせて
kagayakasete
จงเปล่งประกายออกมา




誰にも負けない君の心の
dare mo makenai kimi no kokoro no
เพียงเศษเสี้ยวเดียวของ
強さのひとかけら
tsuyosa no hito kakera
ความเข้มแข็งในใจของเธอผู้ไม่ยอมแพ้ใคร
私にも教えて
watashi ni mo oshiete
บอกกับฉันว่า
今は見失った君の姿
ima wa miushinatta kimi no sugata
สักวันหนึ่งจะต้องได้พบกับ
いつかまた必ず出会う
itsuka mata kanarazu deau
ตัวเธอที่คลาดสายตาไปในตอนนี้อีกแน่นอน
そのために
sono tame ni
เพื่อการนั้น
風の彼方にさらわれていった
kaze no kanata ni sarawareteitta
ฉันอยากนำทิวทัศน์อันอบอุ่นที่ถูกอีกฟากของ
暖かい景色を取り戻したいから
atatakai keshiki wo torimodoshitai kara
สายลมลักพาไปกลับคืนมาให้ได้
涙と孤独と冷たい現実を
namida to kodoku to tsumetai hibi wo
ฉันได้เฝ้าตามหาความกล้าที่จะใช้ทำลาย
壊してく勇気を追い求めた
kowashiteku yuuki wo oimotometa
น้ำตา ความโดดเดี่ยว และความเป็นจริงอันเย็นชา