วันพฤหัสบดีที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2565

regret / fripSide



regret / fripSide




あの頃とは違う髪型で同じ街を歩いてみても

anogoro to wa chigau kamigata de onaji machi wo aruitemite mo

แม้จะลองเดินในเมืองเดิม โดยทำทรงผมที่ต่างไปจากตอนนั้น

どこかに気持ちを忘れてきた 目には何も輝いてこない

dokoka ni kimochi wo wasuretekita me ni wa nanimo kagayaite konai

ฉันก็ลืมความรู้สึกไปแล้ว ณ ที่ไหนสักแห่ง ในแววตาไม่มีอะไรส่องประกายออกมาเลย

朝の光眩しく差し込み 新しい1日が来ても

asa no hikari mabushiku sashikomi atarashii ichinichi ga kitemo

แสงยามเช้าเจิดจ้าสาดส่องเข้ามา แม้วันใหม่จะมาถึง

夢の続きまだ見ていたくて 同じ想い漂い続ける

yume no tsuzuki mada miteitakute onaji omoi tadayoi tsuzukeru

ฉันก็ยังอยากเห็นเรื่องราวที่ต่อจากความฝัน ความรู้สึกเดิม ๆ ล่องลอยต่อไป




失う前になぜ気づかないの?

ushinau mae ni naze kizukanai no?

ทำไมถึงไม่รู้สึกตัวก่อนที่จะสูญเสียไปนะ?

大切なものはいつもすぐ見失うから

taisetsu na mono wa itsumo sugu miushinau kara

ฉันคลาดสายตาไปจากสิ่งสำคัญอยู่เสมอ

取り戻すことが出来ないことなど

torimodosu koto ga dekinai koto nado

ที่ว่าไม่สามารถย้อนกลับไปเป็นแบบเดิมได้

知っているの だから余計切なさが溢れてくる

shitteiru no dakara yokei setsunasa ga afuretekuru

ฉันรู้ดีอยู่แล้ว เพราะงั้นความเจ็บปวดถึงเอ่อล้นออกมามากเกินไป




同じ明日を見ていた あの頃の2人今は

onaji asu wo miteita anogoro no futari ima wa

สองเราในที่เคยมองวันพรุ่งนี้ร่วมกันในตอนนั้น ในตอนนี้น่ะ

私から手放した 繋がっていた心さえ

watashi kara tebanashita tsunagatteita kokoro sae

แม้แต่หัวใจซึ่งเคยเชื่อมถึงกัน ฉันก็ปล่อยมือไปจากมันแล้ว

後悔の波 ひとつ 泡のように消えてしまえ

koukai no nami hitotsu awa no you ni kiete shimau

และมันก็หายไปในคลื่นแห่งความเสียใจราวกับฟอง

あの日のこと もう2度と 思い出せないくらいに

ano hi no koto mou nidoto omoidasenai kurai ni

ฉันแทบจะนึกถึงเรื่องราวในวันนั้นอีกครั้งนึงไม่ได้แล้วสิ




胸の奥で消せない痛みが 現実を今日も告げている

mune no oku de kesenai itami ga genjitsu wo kyou mo tsugeteiru

วันนี้เอง ความเจ็บปวดที่ลบไปจากข้างในหัวใจไม่ได้ ก็บอกให้ฉันรู้ถึงความเป็นจริง

私が気持ちを忘れていた 自分の事まだ許せない

watashi ga kimochi wo wasureteita jibun no koto mada yurusenai

ฉันลืมความรู้สึกของตัวเองไปแล้ว แต่ก็ยังไม่สามารถยกโทษให้ตัวเองได้

君がくれた暖かな季節 優しささえ受け止められず

kimi ga kureta atataka na kisetsu yasashisa sae uketomerarezu

แม้แต่ความอ่อนโยนที่เธอมอบให้ท่ามกลางทิวทัศน์ที่อบอุ่น ฉันก็รับมันไว้ไม่ได้แล้ว

ありもしない不安を描いて 君の気持ち傷つけていたね

ari mo shinai fuan wo egaite kimi no kimochi kizutsuketeita ne

ฉันวาดความกังวลที่ไม่มีอยู่จริงขึ้นมา และได้ทำร้ายความรู้สึกของเธอ




移ろい流れる あの空の雲は

utsuroi nagareru ano sora no kumo wa

เมฆบนท้องฟ้านั้นที่เคลื่อนคล้อยไป

君がそう私を愛してくれた欠片みたい

kimi ga sou watashi wo aishite kureta kakera mitai

ดูเหมือนกับเสี้ยวหนึ่งที่เธอมอบความรักให้ฉันเลย

加速するように形を変えて

kasoku suru you ni katachi wo kaete

มันเปลี่ยนรูปร่างไปราวกับเร่งความเร็ว

いつかは消え なくなるのね

itsuka wa kie nakunaru no ne

และสักวันหนึ่งมันก็หายไป

誰も止めてくれないね

dare mo tometekurenai ne

ไม่ว่าใครก็ไม่สามารถหยุดได้




さよならのその先の2人の想いの行方

sayonara no sono saki no futari no omoi no yukue

ที่ไปของความรู้สึกของสองเราอยู่ถัดจากคำบอกลา

愛し合った季節はどこか遠くに消えゆく

aishiatta kisetsu wa dokoka tooku ni kieyuku

ฤดูกาลที่เราเคยรักกันเลือนหายไป ณ ที่ไหนสักแห่งที่ไกลห่าง

こんなに君のことを思い出し涙してる

konna ni kimi no koto wo omoidashi namida shiteru

ฉันนึกถึงเรื่องของเธอออกมามากขนาดนี้ และร้องไห้ออกมา

失った今 君が全てと気がつくなんて

ushinatta ima kimi ga subete to ki ga tsuku nante

ในตอนนี้ที่ฉันสูญเสียไปแล้ว ฉันรู้สึกตัวแล้วว่าเธอคือทุกสิ่งทุกอย่าง




失う前になぜ気づかないの?

ushinau mae ni naze kizukanai no?

ทำไมถึงไม่รู้สึกตัวก่อนที่จะสูญเสียไปนะ?

大切なものはいつもすぐ見失うから

taisetsu na mono wa itsumo sugu miushinau kara

ฉันคลาดสายตาไปจากสิ่งสำคัญอยู่เสมอ

取り戻すことが出来ないことなど

torimodosu koto ga dekinai koto nado

ที่ว่าไม่สามารถย้อนกลับไปเป็นแบบเดิมได้

知っているの だから余計切なさが溢れてくる

shitteiru no dakara yokei setsunasa ga afuretekuru

ฉันรู้ดีอยู่แล้ว เพราะงั้นความเจ็บปวดถึงเอ่อล้นออกมามากเกินไป




同じ明日を見ていた あの頃の2人今は

onaji asu wo miteita anogoro no futari ima wa

สองเราในที่เคยมองวันพรุ่งนี้ร่วมกันในตอนนั้น ในตอนนี้น่ะ

私から手放した 繋がっていた心さえ

watashi kara tebanashita tsunagatteita kokoro sae

แม้แต่หัวใจซึ่งเคยเชื่อมถึงกัน ฉันก็ปล่อยมือไปจากมันแล้ว

後悔の波 ひとつ 泡のように消えてしまえ

koukai no nami hitotsu awa no you ni kiete shimau

และมันก็หายไปในคลื่นแห่งความเสียใจราวกับฟอง

あの日のこと もう2度と 思い出せないくらいに

ano hi no koto mou nidoto omoidasenai kurai ni

ฉันแทบจะนึกถึงเรื่องราวในวันนั้นอีกครั้งนึงไม่ได้แล้วสิ


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น